

ขยะล้นบริษัท จัดการไม่ไหว
28/2/66 22:00
ขยะล้นบริษัท จัดการไม่ไหว 4 วิธีจัดการขยะ (Waste) ในองค์กร หากพูดถึงขยะจากอุตสาหกรรม หลายคนคงนึกถึง โรงงานใหญ่...
หากพูดถึงขยะจากอุตสาหกรรม หลายคนคงนึกถึง โรงงานใหญ่ที่จะต้องมีการผลิตสินค้าจำนวนมาก หรือแหล่งของนิคมอุตสาหกรรมที่มีโรงงานหลากหลายโรงงานอยู่ในบริเวณเดียวกัน แต่โรงอาหารพนักงาน โรงแรม โรงพยาบาล หรือโรงงานผลิตอาหาร ก็มีขยะอุตสาหกรรม ปริมาณไม่น้อยเลยเมื่อเทียบกับโรงงานขนาดใหญ่ ด้วยความแตกต่างไปในแต่ละองค์กร จากอุตสาหกรรมที่แตกต่าง แน่นอนว่า ในแต่ละบริษัท ห้างร้าน (Department Store) ร้านค้าปลีก (Retail) หรือองค์กรภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ก็มีขยะจากอุตสาหกรรมที่แตกต่างไปในแต่ละอุตสาหกรรม
ขยะอุตสาหกรรมในไทย เยอะแค่ไหน
ในยุคที่ธุรกิจทั่วโลกให้ความสำคัญกับ ESG (Environmental, Social, Governance) การจัดการขยะอุตสาหกรรมจึงไม่ได้เป็นเพียงหน้าที่ตามกฎหมาย แต่กลายเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างความยั่งยืนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
จากข้อมูลล่าสุด เมื่อ พ.ศ.2567 ของ สำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า ประเทศไทยมีปริมาณกากของเสียอุตสาหกรรมสูงถึง 19.82 ล้านตันต่อปี (อ้างอิงปีล่าสุดที่มีการสรุปผลสมบูรณ์) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนที่สูงมากเมื่อเทียบกับขยะชุมชนทั่วไปสัดส่วนประเภทขยะอุตสาหกรรมขยะไม่อันตราย: 18.69 ล้านตัน (94.3%)ขยะอันตราย: 1.13 ล้านตัน (5.7%)อุตสาหกรรมที่สร้างขยะมากที่สุดผลิตน้ำตาลทราย: 38.8%พลังงานไฟฟ้าจากความร้อน: 14.3%อาหารและเครื่องดื่มแปรรูป: 11.9%โรงงานเหล็ก: 6.4%ผลิตเอทานอล: 5.7%
ทำไมการจัดการขยะอุตสาหกรรมจึงมีความสำคัญ?
1. ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
การกำจัดของเสียอย่างไม่ถูกวิธีอาจก่อให้เกิดการปนเปื้อนในดิน แหล่งน้ำ และอากาศ รวมถึงการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งส่งผลต่อกา รเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว
2. ลดต้นทุนการดำเนินงาน
การคัดแยกและนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ สามารถลดปริมาณขยะที่ต้องกำจัด ลดค่าขนส่ง และสร้างรายได้จากวัสดุรีไซเคิล
3. ปฏิบัติตามกฎหมาย
ประเทศไทยมีกฎหมายและข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดการของเสียอุตสาหกรรมอย่างชัดเจน การบริหารจัดการที่ถูกต้องช่วยลดความเสี่ยงจากบทลงโทษและปัญหาทางกฎหมาย
4. สร้างภาพลักษณ ์องค์กร
ลูกค้า นักลงทุน และคู่ค้าทั่วโลกให้ความสำคัญกับองค์กรที่ดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม การจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความน่าเชื่อถือของแบรนด์
วิธีการจัดการขยะง่าย ๆ ในองค์กรเริ่มต้นได้ง่าย 4 วิธี
วิธีที่ 1: จัดการที่ต้นทางด้วยหลัก 3Rs (Reduce, Reuse, Recycle)
หลักการคลาสสิกที่ยังคงใช้ได้ผลและเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของการจัดการขยะ ทุกองค์กรสามารถเริ่มต้นได้ทันที
• Reduce (ลดการใช้): คือการลดปริมาณขยะที่อาจจะเกิดขึ้นให้เหลือน้อยที่สุด
เปลี่ยนจากการใช้เอกสารกระดาษเป็นการทำงานบนระบบดิจิทัล (Paperless) ยกเลิกการใช้แก้วน้ำพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งในที่ทำงาน และสนับสนุนให้พนักงานใช้แก้วส่วนตัว วางแผนการสั่งซื้อวัตถุดิบให้แม่นยำ เพื่อลดของเหลือทิ้ง ปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อลดของเสีย (Defect)
• Reuse (การใช้ซ้ำ): คือการนำสิ่งของที่ยังใช้งานได้กลับมาใช้ในหน้าที่เดิมหรือประยุกต์ใช้ในรูปแบบอื่น
ในสำนักงาน คุณสามารถเริ่มต้นด้วยวิธีที่ง่ายมาก อย่างการนำกล่องบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับจากซัพพลายเออร์กลับมาใช้ใหม่สำหรับจัดเก็บของ หรือนำกระดาษที่ใช้แล้วหน้าเดียวมาทำเป็นกระดาษโน้ต
• Recycle (รีไซเคิล): คือการนำขยะเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเพื่อสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่
เพื่อให้การแปรรูปขยะเป็นไปอย่างสะดวก ง่าย ภายในองค์กรจำเป็นต้องมีการจัดวางถังขยะแยกประเภทให้ชัดเจนทั่วทั้งองค์กร (เช่น กระดาษ, พลาสติก, แก้ว, ขยะอันตราย) พร้อมติดป้ายให้เข้าใจง่าย และให้ความรู้พนักงานในการคัดแยกที่ถูกต้อง
วิธีที่ 2: สร้างระบบและนโยบายการจัดการขยะที่ชัดเจน
เปลี่ยนจากการจัดการตามสถานการณ์ให้กลายเป็นนโยบายที่ทุกคนในองค์กรต้องรับรู้และปฏิบัติตาม เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ยั่งยืน
กำหนดผู้รับผิดชอบ
จัดตั้ง "ทีมจัดการขยะ" หรือ แบ่งการจัดหน้าที่ในการรับผิดชอบขยะ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายและติดตามผลอย่างจริงจัง
ตั้งเป้าหมายที่วัดผลได้ (KPIs)
การมีตัวเลขที่ชัดเจนจะทำให้ทุกคนเห็นภาพเป้าหมายร่วมกัน เช่น "ลดปริมาณขยะที่ต้องส่งไปกำจัดลง 20% ภายใน 1 ปี" หรือ "เพิ่มอัตราการรีไซเคิลให้ได้ 50%"
จัดทำคู่มือการคัดแยกขยะ
สร้างคู่มือฉบับย่อที่มีภาพประกอบชัดเจนว่าขยะแต่ละประเภทควรทิ้งลงถังไหน และนำไปติดตั้งไว้บริเวณจุดทิ้งขยะทุกแห่งการแยกขยะจะช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัด และช่วยให้ขยะที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่สามารถนำกลับมาเข้ากระบวนการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังเป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ซึ่งมีทั้งหมด 4 ประเภท ได้แก่
• ถังขยะสีเขียว ใช้สำหรับขยะทั่วไปที่ย่อยสลายได้ เช่น เศษอาหาร, ใบไม้, เปลือกผลไม้ ซึ่งสามารถนำไปทำปุ๋ยหมัก หรือใช้ในการเลี้ยงสัตว์
• ถังขยะสีน้ำเงิน ใช้สำหรับขยะทั่วไปที่ไม่สามารถ แปรรูปนำกลับมารีไซเคิลได้ เช่น ถุงพลาสติก, โฟม, กล่องนม, ซองขนม ซึ่งต้องส่งไปกำจัดด้วยวิธีฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล เพื่อไม่ให้เกิดมลพิษต่อดินและน้ำใต้ดิน
• ถังขยะสีเหลือง ใช้สำหรับขยะที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เช่น กระดาษ, พลาสติก, แก้ว, โลหะ เป็นต้น
• ถังขยะสีแดง ใช้สำหรับขยะอันตราย เช่น หลอดไฟ, ถ่านไฟฉาย, แบตเตอรี่, กระป๋องสเปรย์, สารเคมี, ยาหมดอายุ ขยะประเภทนี้ต้องคำนึงถึงวิธีการทิ้งเป็นพิเศษ เพราะอาจเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของมนุษย์ พืช และสัตว์ได้ จึงไม่ควรทิ้งปะปนกับขยะประเภทอื่น
วิธีที่ 3: นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาช่วย
ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อทำให้การจัดการขยะง่ายขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังสามารถนำขยะบางประเภท เช่นขยะเศษอาหาร เปลี่ยนเป็นสารบำรุงดินเพื่อใช้ภายในองค์กรได้ด้วยตนเอง ด้วยเครื่องกำจัดเศษอาหาร เพื่อกำจัดขยะได้ตั้งแต่ต้นทาง
เครื่องบีบอัดขยะ (Waste Compactor)
สำหรับขยะประเภทกระดาษหรือพลาสติก จะช่วยลดพื้นที่ในการจัดเก็บและลดต้นทุนค่าขนส่งได้อย่างมหาศาล
เครื่องกำจัดเศษอาหาร (Food Waste Composter) สำหรับองค์กรที่ต้องการเปลี่ยนแนวคิดจาก "กำจัดขยะ" ไปสู่ "การบริหารทรัพยากรอย่างยั่งยืน" ระบบอย่าง Z'Food Zero Waste ถูกออกแบบมาจาก Zillion Innovation เหมาะสำหรับองค์กรที่มีโรงอาหารขนาดใหญ่ โรงแรม หรือโรงพยาบาล เครื่องนี้สามารถเปลี่ยนขยะเศษอาหารให้กลายเป็นสารบำรุงดินได้ภายใน 24 ชั่วโมง ช่วยลดขยะเปียกและกลิ่นไม่พึงประสงค์ ช่วยลดปริมาณขยะ ลดต้นทุนการกำจัด และสนับสนุนเป้าหมาย ESG ขององค์กรในระยะยาว
วิธีที่ 4: สร้างการมีส่วนร่วมและปลูกฝังให้เป็นวัฒนธรรมองค์กร
การจัดการขยะจะสำเร็จไม่ได้เลยห ากพนักงานไม่ให้ความร่วมมือ ดังนั้น การทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องของ "เรา" ทุกคนจึงสำคัญที่สุด จัดอบรมและสื่อสารอย่างสม่ำเสมอ: ให้ความรู้แก่พนักงานใหม่และพนักงานปัจจุบันเกี่ยวกับความสำคัญของการจัดการขยะและวิธีการคัดแยกที่ถูกต้อง
สร้างแคมเปญหรือกิจกรรมสนุก ๆ : เช่น จัดประกวด "แผนกจัดการขยะยอดเยี่ยม", กิจกรรม "ทิ้งให้ถูกถัง ลุ้นรับรางวัล" เพื่อสร้างแรงจูงใจและความตระหนักรู้
ยกย่องและให้รางวัล: สื่อสารความสำเร็จให้พนักงานทราบ เช่น "เดือนนี้เราร่วมใจกันลดขยะไปได้ X กิโลกรัม" หรือมอบรางวัลให้กับบุคคลหรือแผนกที่ทำได้ตามเป้า เพื่อสร้างความภาคภูมิใจและเป็นแบบอย่างที่ดีต่อไป